Skip to Content

มีคนรัก มีความสำเร็จ แต่ยังรู้สึกไร้ค่า

3 มิถุนายน ค.ศ. 2026 โดย
cc@synzup.com


เมื่อผู้รับบริการบอกว่า “ผมไม่มีคุณค่า” ผู้ให้คำปรึกษาควรทำอย่างไร?

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารู้สึกไร้คุณค่าเพราะอะไร? เข้าใจ Core Beliefs ในงานให้คำปรึกษา

เรียนรู้แนวคิด Self-Esteem, Core Beliefs และ Schema ที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้า พร้อมทำความเข้าใจว่าทำไมผู้ป่วยจำนวนมากจึงรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า

ความรู้สึกไร้คุณค่าในโรคซึมเศร้า

“ผมรู้ว่าคนอื่นรักผมนะ... แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าอยู่ดี”

สำหรับคนทั่วไป ประโยคนี้อาจฟังดูขัดแย้ง เพราะหากเขามีครอบครัวที่ดี มีความสำเร็จ หรือมีคนรักรอบตัว เหตุใดจึงยังติดอยู่กับ ความรู้สึกไร้คุณค่าในโรคซึมเศร้า? หลายคนจึงพยายามใช้เหตุผลเข้าไปค้าน เช่น "คุณเก่งจะตาย ประสบความสำเร็จตั้งมาก" แต่เชื่อไหมครับว่า คำชมเหล่านี้แทบไม่เคยลบความรู้สึกไร้ค่าออกไปได้เลย

นั่นเป็นเพราะปัญหาของผู้ป่วยไม่ได้อยู่ที่ "ข้อมูลความจริงภายนอก" แต่อยู่ที่ "ความเชื่อที่ฝังรากลึกอยู่ภายในใจ" ต่างหาก

ถอดรหัส Core Beliefs & Schema: แผนที่นำทางที่บิดเบือน

ในทางจิตวิทยาการรู้คิด (Cognitive Psychology) ความรู้สึกไร้คุณค่าไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มันถูกหล่อหลอมผ่านประสบการณ์ในวัยเด็ก การถูกเปรียบเทียบ หรือการได้รับคำวิจารณ์มากกว่าคำชม จนตกผลึกกลายเป็น

1. Core Beliefs (ความเชื่อแกนกลาง)

เป็นแว่นตาดำที่ผู้ป่วยใช้มองตัวเอง โลก และอนาคตตลอดเวลา ตัวอย่าง Core Beliefs ของผู้ป่วยซึมเศร้า เช่น "ฉันไม่ดีพอ""ฉันเป็นภาระ" หรือ "ฉันไม่มีใครต้องการ"

เมื่อความเชื่อนี้ทำงาน มันจะเกิดภาวะ Confirmation Bias หรือการเลือกรับข้อมูลเฉพาะสิ่งที่ตรงกับความเชื่อตัวเอง เช่น พอนายจ้างติงานนิดเดียว จะคิดทันทีว่า "เห็นไหม ฉันมันห่วยจริง ๆ" แต่พอได้รับคำชมกลับปัดตกไปว่า "เขาแค่พูดตามมารยาท"

2. Schema (พิมพ์เขียวทางอารมณ์)

หากปล่อยไว้นาน ความเชื่อแกนกลางจะพัฒนาเป็น Schema (โครงสร้างทางปัญญา) หรือแผนที่นำทางชีวิตที่ผิดเพี้ยน เช่น

    • Defectiveness Schema: เชื่อว่าตัวเองมีข้อบกพร่อง ไม่คู่ควรจะได้รับความรัก

    • Failure Schema: เชื่อว่าตัวเองล้มเหลวและด้อยกว่าคนอื่นเสมอ

    • Emotional Deprivation Schema: เชื่อว่าชาตินี้จะไม่มีใครมาเข้าใจความต้องการทางอารมณ์ของตนเองได้เลย

Self-Esteem ที่ผูกติดกับเงื่อนไข

คนที่มี Self-Esteem หรือการเห็นคุณค่าในตนเองที่มั่นคง จะสามารถยอมรับข้อบกพร่องและความล้มเหลวได้โดยไม่รู้สึกว่าคุณค่าของความเป็นมนุษย์ลดลง แต่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักผูกคุณค่าของตนไว้กับเงื่อนไขภายนอก เช่น ผลงาน ความสำเร็จ หรือการยอมรับจากผู้อื่น พอสิ่งเหล่านี้สั่นคลอน คุณค่าในตัวเองจึงพังทลายลงมาทั้งหมด

ผู้ให้คำปรึกษา: ไม่ใช่การ "ไปเถียง" กับความเชื่อ

เมื่อผู้รับบริการระบายว่า "ผมไม่มีคุณค่าเลย" หลุมพรางที่ผู้ให้คำปรึกษามือใหม่มักตกใส่คือการรีบแย้งว่า "ไม่จริงหรอก คุณมีค่าออกนะ" แต่อย่าลืมว่าผู้รับบริการเชื่อเรื่องนี้มาทั้งชีวิต การไปหักล้างทันทีจะทำให้เขารู้สึกว่า "ไม่มีใครเข้าใจเขาเลย"

ในวิชาชีพ จิตวิทยาการปรึกษา สิ่งที่เราควรทำคือการใช้คำถามปลายเปิดเพื่อชวนสำรวจรากของภูเขาน้ำแข็งนั้น:

  • "อะไรทำให้คุณเริ่มรู้สึกแบบนั้นหรือครับ?"

  • "คุณพอจะจำได้ไหมว่า แวบแรกที่คุณเริ่มเชื่อเรื่องนี้ในชีวิต มันเกิดขึ้นตอนไหน?"

สรุป

เป้าหมายสูงสุดของการทำจิตวิทยาการปรึกษาไม่ใช่การยัดเยียดให้ผู้ป่วยคิดบวกแบบสุดโต่ง แต่คือการเยียวยาให้เขากลับมามองเห็นตัวเองตามความเป็นจริงอย่างสมดุล เห็นทั้งจุดแข็ง ข้อจำกัด และความเปราะบาง โดยไม่ใช้อารมณ์ชั่วคราวหรือความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวมาตัดสินคุณค่าทั้งหมดของชีวิต

เพราะหลายครั้ง สิ่งที่ผู้รับบริการต้องการจากเรา... ไม่ใช่คนที่คอยบอกว่าเขามีคุณค่า แต่คือใครสักคนที่พร้อมจะนั่งอยู่ข้างๆ เขานานพอ จนกระทั่งเขาสามารถมองเห็นคุณค่าในตัวเองได้อีกครั้ง

cc@synzup.com 3 มิถุนายน ค.ศ. 2026
แชร์โพสต์นี้
Your Dynamic Snippet will be displayed here... This message is displayed because you did not provide enough options to retrieve its content.

Latest Stories

Explore fresh ideas and updates from our editorial team.

เก็บถาวร
ยิ้มเก่ง แต่กลับเป็นโรคซึมเศร้า