พ่อแม่แก่แล้วขี้ระแวง หงุดหงิด ก้าวร้าว? วิธีรับมืออารมณ์แปรปรวนในผู้สูงอายุฉบับคลินิกจิตวิทยา
เหนื่อยไหมกับการรับมือพ่อแม่ที่อารมณ์เปลี่ยนไป? เจาะลึกสาเหตุที่ผู้สูงอายุหวาดระแวง ขี้โมโห ว่ากล่าวคนอื่น แท้จริงแล้วเป็นเพราะสมองป่วย ไม่ใช่นิสัยเสีย พร้อมแนวทางเยียวยาจากผู้เชี่ยวชาญ
สมรภูมิอารมณ์ในบ้าน: เมื่อ "คำกล่าวหา" ทำร้ายหัวใจคนดูแล
หลายครอบครัวกำลังต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อจู่ ๆ คุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุในบ้านที่เคยน่ารัก ใจดี และมีเหตุผล ค่อย ๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคน จากที่เคยคุยกันรู้เรื่อง กลับกลายเป็นต้องคอยมารองรับอารมณ์เหวี่ยงวีน ขี้โมโห หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ชวนให้คนในบ้านเสียความรู้สึกจนกลายเป็นความเครียดสะสม
ในมุมมองของ คลินิกจิตวิทยา ปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสุดขั้วนี้ ไม่ได้เกิดจากนิสัยที่แย่ลงตามอายุ และท่านไม่ได้ตั้งใจเรียกร้องความสนใจ แต่มันคือเสียงร้องเตือนจากสมองและสุขภาพจิตที่กำลังเสื่อมถอยลงอย่างน่าใจหาย
3 ตัวอย่างปัญหายอดฮิตที่ทำเอาลูกหลาน "ประสาทเสีย" กันทั้งบ้าน:
เปิดศึกจับขโมยรายวัน: "เงินแม่หายไปไหน แกขโมยไปใช่ไหม!" ทั้งที่ความจริงท่านเดินไปซ่อนเองกับมือ แต่เพราะสมองส่วนความจำระยะสั้นเสียหาย ทันทีที่ลืมว่าซ่อนไว้ไหน สมองส่วนระแวดระวังภัยจะสร้างเรื่องราวมาอธิบายทันทีว่า "มีคนขโมย"
ระเบิดอารมณ์ไร้เหตุผล: ชวนกินข้าวก็โกรธ พาไปหาหมอก็ประชดประชัน พูดคุยเรื่องอะไรก็กลายเป็นเรื่องขัดใจไปเสียหมด จนคนในบ้านรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนสนามระเบิดที่พร้อมจะปะทุตลอดเวลา
อาการดิ่งช่วงอาทิตย์ตกดิน (Sundowning Syndrome): ตอนกลางวันอารมณ์ดีไม่มีอะไร แต่พอตกเย็นแสงเริ่มมืด ท่านกลับมีอาการกระสับกระส่าย ร้องไห้ เดินพล่านสับสน และอยากจะหนีกลับบ้านเก่าให้ได้
สมองพัง อารมณ์จึงพินาศ: หน้าที่ของสมองที่มากกว่าแค่ "ความจำ"
คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าภาวะสมองเสื่อม (Dementia) หรืออัลไซเมอร์ มีแค่อาการขี้หลงขี้ลืม แต่ความจริงแล้ว สมองทำหน้าที่เป็น "หอบังคับการ" ที่ควบคุมทั้งความฉลาด อารมณ์ พฤติกรรม และการยับยั้งชั่งใจ เมื่อเนื้อสมองบางส่วนเริ่มฝ่อลงหรือมีสารเคมีที่ไม่สมดุล สิ่งที่ตามมาคือการรับรู้โลกภายนอกที่บิดเบี้ยวไปจากเดิม
เบื้องหลังความเกรี้ยวกราด ขี้โมโห และอาการพาลด่าทอคนรอบข้าง... แท้จริงแล้วมันคือความกลัวอย่างสุดขีด ลองจินตนาการว่าคุณต้องตื่นมาในโลกที่ทุกอย่างดูพร่าเลือน จำเหตุการณ์เมื่อ 5 นาทีที่แล้วไม่ได้ สับสนว่าคนตรงหน้าคือใคร และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะถูกทิ้ง ความกลัวเหล่านั้นจึงถูกกลบเกลื่อนด้วยพฤติกรรมก้าวร้าวเพื่อป้องกันตัวเอง
5 สัญญาณเตือนอันตราย...อารมณ์แบบไหนที่ต้องส่งพบผู้เชี่ยวชาญ
หากผู้สูงอายุในบ้านของคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยครั้งและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่าปล่อยไว้เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนแก่นะครับ:
หวาดระแวงอย่างไร้เหตุผลชัดเจน: ระแวงว่าคนในบ้านจะมาขโมยของ ระแวงว่าอาหารจะมียาพิษ หรือคิดว่าคู่สมรสแอบนอกใจ
ก้าวร้าวทางคำพูดหรือท่าทาง: มีการด่าทอด้วยคำรุนแรง ขว้างปาข้าวของ หรือพยายามทำร้ายร่างกายผู้ดูแลเมื่อถูกขัดใจ
ทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ ไม่ยอมหยุด: ถามคำถามเดิมซ้ำเป็นสิบรอบเปิด-ปิดประตูตลอดเวลา หรือเดินวนไปวนมาในบ้านอย่างไร้เป้าหมาย
นาฬิกาชีวิตและอารมณ์แปรปรวนสุดขั้ว: นอนไม่หลับตอนกลางคืน แต่มานอนซมตอนกลางวัน ร้องไห้ง่ายอย่างไร้สาเหตุคล้ายภาวะซึมเศร้า
ต่อต้านกิจวัตรพื้นฐาน: ปฏิเสธการอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือไม่ยอมกินยาอย่างรุนแรง
กับดัก "ยิ่งเถียง ยิ่งพัง" สิ่งที่ลูกหลานเผลอทำร้ายใจท่านโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อเห็นผู้สูงอายุเข้าใจผิดหรือกล่าวหาคนอื่น สัญชาตญาณของลูกหลานคือการ "พยายามเถียงเพื่อเอาชนะด้วยเหตุผล" เช่นการพูดว่า "หนูไม่ได้เอาไป พ่อคิดไปเองหรือเปล่า" หรือการเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อพิสูจน์ความจริง
ในทางจิตวิทยาผู้สูงอายุ วิธีนี้ไม่ได้ผลและยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะสมองของท่านไม่สามารถประมวลผลเหตุผลเหล่านั้นได้แล้ว การไปหักล้างความคิดของท่านจะทำให้ท่านรู้สึกว่าไม่มีใครเชื่อใจ ทุกคนกำลังรุมโกหก ยิ่งเพิ่มความเครียด ความไม่ปลอดภัย และความโกรธให้ทวีคูณ
เทคนิค "ดับไฟอารมณ์" ฉบับคลินิกจิตวิทยาประยุกต์
ยอมรับความรู้สึกก่อน ยอมรับความจริงทีหลัง: ถ้าท่านบอกว่าของหาย อย่าเพิ่งเถียงว่าไม่ได้เอาไป ให้พูดว่า "หนูเข้าใจเลยค่ะว่าแม่กังวล เดี๋ยวหนูช่วยหาให้อีกแรงนะ" เพื่อให้ท่านรู้สึกปลอดภัยและมีพวก
เบี่ยงเบนความสนใจอย่างมืออาชีพ: เมื่อท่านเริ่มหมกมุ่นถามเรื่องเดิม ๆ หรือเริ่มโมโห ให้รีบเปลี่ยนบรรยากาศ เช่น ชวนไปกินของว่างเปิดเพลงโปรดที่ท่านชอบ หรือชวนคุยเรื่องความสำเร็จในอดีต
ใช้ประโยคสั้น น้ำเสียงโทนต่ำ: พูดช้า ๆ ชัดเจน ไม่ใช้น้ำเสียงประชดประชันหรือขึ้นเสียงสูง เพราะผู้สูงอายุจะรับรู้อารมณ์ผ่านทางน้ำเสียงและท่าทางได้ไวกว่าตัวอักษร
ตัดปัจจัยกระตุ้นทางกาย: บางครั้งอาการเหวี่ยงวีนเกิดจากความเจ็บป่วยที่ท่านบอกไม่ได้ เช่น ปวดฟัน ท้องผูก หรือหิวน้ำ การดูแลกายให้สบายจะช่วยลดอารมณ์ร้ายได้เกินครึ่ง
เมื่อบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย... ถึงเวลาจับมือมาปรึกษา "นักจิตวิทยา"
หากคุณและคนในครอบครัวเริ่มรู้สึกว่า แบกรับอารมณ์ไม่ไหว บรรยากาศในบ้านตึงเครียดจนมีคนร้องไห้ทุกวัน หรือเริ่มรู้สึกโกรธและเกลียดสถานการณ์ที่เป็นอยู่... อย่ารอให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวพังทลายลงไปต่อหน้าครับ
ที่คลินิกจิตวิทยา เราไม่ได้เยียวยาแค่ตัวผู้สูงอายุ แต่เรามีระบบซัพพอร์ตครอบครัวแบบองค์รวม นักจิตวิทยาจะช่วยประเมินสุขภาพใจ คัดกรองภาวะสมองเสื่อมร่วมกับแพทย์ และทำจิตบำบัดเพื่อลดความวิตกกังวลของผู้สูงอายุ ควบคู่ไปกับการให้คำปรึกษาแก่ผู้ดูแล ($Caregiver\ Counseling$) เพื่อไกด์เทคนิคการสื่อสารและช่วยบำบัดความเครียดสะสมให้ลูกหลาน เพื่อให้คุณมีพลังใจที่แข็งแรงพอที่จะดูแลท่านได้อย่างยั่งยืน
สรุปเบื้องหลังความเกรี้ยวกราด...คือหัวใจที่กำลังสับสน
ตัวอย่างบทสรุปแห่งความเข้าใจ
ผู้สูงอายุที่มีภาวะหวาดระแวงและอารมณ์แปรปรวน ไม่ได้กำลังต่อต้านหรือเกลียดชังลูกหลาน แต่พวกเขากำลังต่อสู้กับความสับสนและความกลัวที่เกิดขึ้นในสมองของตัวเองต่างหาก สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในวันที่โลกทั้งใบเริ่มเลือนลาง ไม่ใช่คำอธิบายที่ถูกต้องตามหลักตรรกะ... แต่คือคำยืนยันสั้น ๆ ที่ทำให้เขารู้สึกว่า "ฉันยังปลอดภัย ฉันยังไม่ถูกทอดทิ้ง และยังมีคนที่พร้อมจะเข้าใจฉันอยู่ตรงนี้เสมอ"
เปลี่ยนความอึดอัดและน้ำตาในบ้าน ให้กลายเป็นการดูแลที่ถูกหลักจิตวิทยา เพื่อคืนความสุขและรอยยิ้มให้กับครอบครัวของคุณอีกครั้ง