Skip to Content

คนที่ทุกคนโทรหาเวลาเครียด แต่เคยสำรวจความกลัวของตัวเองก่อนบ้างไหม?

2 มิถุนายน ค.ศ. 2026 โดย
cc@synzup.com


ผู้ให้คำปรึกษาที่ดีต้องเคยสำรวจความกลัวของตัวเองก่อนช่วยผู้อื่นจริงหรือ?

ผู้ให้คำปรึกษาที่ดีต้องรู้จักตัวเองก่อนหรือไม่? ความสำคัญของ Self-Awareness ในงานให้คำปรึกษา

ทำความเข้าใจว่าทำไม Self-Awareness, Countertransference และ Emotional Regulation จึงเป็นทักษะสำคัญของผู้ให้คำปรึกษา พร้อมเรียนรู้การพัฒนาตนเองเพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้ผู้อื่น

การพัฒนาตนเองของนักให้คำปรึกษา, Countertransference, Emotional Regulation, Personal Growth, สุขภาพใจผู้ช่วยเหลือ

"ถ้าคุณยังหวาดกลัวความล้มเหลวของตัวเอง คุณจะช่วยคนที่กำลังล้มเหลวอยู่ตรงหน้าได้จริงหรือ?"

ลองจินตนาการว่ามีผู้รับบริการกำลังนั่งร้องไห้ เล่าถึงความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต แต่ในขณะที่ฟัง จิตใจของคุณกลับสั่นคลอนและดิ่งฮวบอย่างบอกไม่ถูก นั่นเป็นเพราะเรื่องราวของเขาดันไปสะกิดโดน "ปมเก่า" หรือ "ความกลัว" ที่คุณแอบซ่อนไว้ในใจมาตลอด

คำถามคือ วินาทีนั้นคุณกำลังตั้งใจฟังผู้รับบริการ หรือกำลังฟังเสียงความกลัวในหัวของตัวเองอยู่? นี่คือเหตุผลว่าทำไม Self-Awareness (การตระหนักรู้ในตนเอง) จึงเป็นกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญที่สุด เพราะในศาสตร์การให้คำปรึกษา เครื่องมือหลักในการทำงานไม่ใช่ตำรา... แต่คือ "ตัวตนของเราเอง"

3 ทักษะด้านการเข้าใจตนเองที่คนทำงานสายเยียวยา "ต้องมี"

บทเรียนที่ยากที่สุดของการเป็นนักให้คำปรึกษาไม่ใช่การท่องทฤษฎี แต่คือการกล้าหันกระจกส่องเข้ามาที่เงาของตัวเอง เพื่อฝึกฝน 3 ทักษะสำคัญนี้

1. Self-Awareness (การตระหนักรู้ในตนเอง)

ไม่ใช่แค่การรู้ว่าตอนนี้เรากำลังรู้สึกอะไร แต่คือการเท่าทันว่า "อารมณ์ อคติ และปมในอดีตของเรา กำลังส่งผลต่อวิธีที่เราตีความเรื่องราวของผู้รับบริการอย่างไร" หากปราศจากสิ่งนี้ เราจะเผลอเอาเลนส์ส่วนตัวไปตัดสินชีวิตของคนอื่นทันที

2. เท่าทันภาวะ Countertransference (การถ่ายทอดความรู้สึกกลับ)

ในทางจิตวิทยา ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อเรื่องราวของผู้รับบริการดันไปกระตุ้นปมในใจของผู้ให้คำปรึกษา เช่น ผู้รับบริการหน้าเหมือนแฟนเก่า หรือเจอปัญหาครอบครัวที่คล้ายกับบาดแผลวัยเด็กของเรา จนทำให้เราเกิดอารมณ์ร่วมรุนแรงเกินจริง (อยากปกป้องมากเกินไป, หงุดหงิด, หรือเผลอตัดสิน) คนที่มี Self Awareness Counselor ที่ดี จะแยกแยะได้ทันทีว่า "สิ่งไหนคือเรื่องของเขา และสิ่งไหนคือเรื่องของเรา

3. Emotional Regulation (การกำกับดูแลอารมณ์)

ในแต่ละวันผู้ให้คำปรึกษาต้องเป็นถังรองรับอารมณ์ลบ ทั้งความเศร้า ความโกรธ และความสิ้นหวัง ทักษะการบริหารจัดการอารมณ์ตนเองจึงสำคัญมาก หากเราไม่สามารถสลัดอารมณ์เหล่านั้นออกไปได้ เราจะเกิดอาการเหนื่อยล้าทางใจสะสม ย้ายความทุกข์กลับไปบ้าน และนำไปสู่ภาวะหมดไฟ (Burnout) ในที่สุด


"You cannot pour from an empty cup"

ผู้ให้คำปรึกษาไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ไร้รอยแผล หรือห้ามมีความเครียด เพราะเราทุกคนต่างก็คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง แต่สิ่งที่เป็นความรับผิดชอบทางวิชาชีพคือ "เราต้องดูแลถ้วยน้ำของเราไม่ให้ว่างเปล่า" ก่อนที่จะไปรินน้ำใจเยียวยาใคร ด้วยวิธีเหล่านี้

  • มีพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึก หรือเข้ารับกระบวนการนิเทศเคส (Supervision) อย่างเป็นระบบ

  • ฝึกสติ สังเกตอารมณ์ และรักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance)

  • ยอมรับ เปิดกว้าง และมองว่าการพัฒนาตนเอง (Personal Growth) เป็นกระบวนการที่ต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

สรุป

การเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้วัดกันที่ความเชี่ยวชาญในการใช้เทคนิคขั้นสูง แต่วัดกันที่ความสามารถในการทำตัวเองให้เป็น "พื้นที่ปลอดภัยอันนิ่งสงบ" ที่มนุษย์อีกคนจะสามารถวางความเปราะบางลงได้โดยไม่ถูกตัดสิน

และการที่เราจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้อื่นได้นั้น เราจำเป็นต้องมีความกล้าหาญที่จะเดินลงไปสำรวจ ยอมรับ และโอบกอดความกลัวในจิตใจของตัวเราเองให้สำเร็จเสียก่อน

cc@synzup.com 2 มิถุนายน ค.ศ. 2026
แชร์โพสต์นี้
Your Dynamic Snippet will be displayed here... This message is displayed because you did not provide enough options to retrieve its content.

Latest Stories

Explore fresh ideas and updates from our editorial team.

เก็บถาวร
"ผมกำลังจะตาย"ความกลัวที่ซ่อนอยู่ใน Panic Attack ที่คนรอบข้างไม่เคยเข้าใจคุณ