นักจิตวิทยาแนะนำให้ไปพบ จิตแพทย์ อย่าเพิ่งรู้สึกตกใจหรือคิดว่าตนเอง "อาการหนักจนหมดทางแก้"
เคยรู้สึกไหมครับว่า บางช่วงเวลาที่เราแบกรับความเครียดหรือความทุกข์ใจไว้เต็มอก การได้นั่งพูดคุยกับนักจิตวิทยาก็ช่วยให้อุ่นใจขึ้นมาก แต่ทำไมในบางครั้ง แม้เราจะพยายามพูดคุยเท่าไหร่ ความรู้สึกดิ่งลึก ความวิตกกังวล หรือความรู้สึกอยากยอมแพ้ก็ยังไม่หายไป?
หากคุณหรือคนใกล้ชิดเคยเจอกับสถานการณ์ที่นักจิตวิทยาแนะนำให้ไปพบ จิตแพทย์ หรือส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น อย่าเพิ่งรู้สึกตกใจหรือคิดว่าตนเอง "อาการหนักจนหมดทางแก้" ครับ เพราะแท้จริงแล้ว นี่คือขั้นตอนการดูแลสุขภาพจิตที่เป็นระบบและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ
ทำไมการพูดคุยเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในบางปัญหา?
ปัญหาสุขภาพจิตมีความซับซ้อนหลากหลายระดับ บางเรื่องสามารถคลี่คลายได้ด้วยกระบวนการให้คำปรึกษา (Counseling) แต่บางปัญหาก็มีปัจจัยทางสารเคมีในสมอง โรคทางจิตเวช หรือบาดแผลทางใจที่รุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง กลุ่มสภาวะหรือบุคคลที่มีความเสี่ยงซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการดูแลมากกว่าการพูดคุยทั่วไป ได้แก่:
ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรง: มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่อย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย: เช่น มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน นอนไม่หลับเรื้อรังอย่างรุนแรง หรือมีอารมณ์สวิงขึ้นลงอย่างสุดขั้ว
ผู้ที่เผชิญเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง (Trauma): จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถทำงานหรือดูแลตัวเองได้
ผู้ที่มีความเครียดซับซ้อนหลายด้าน: ที่ต้องใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสาน ทั้งการปรับพฤติกรรม การใช้ยา และการดูแลจากทีมสหวิชาชีพ
สัญญาณเตือน... เมื่อไหร่ที่ปัญหาเริ่มเกินขอบเขตการพูดคุย?
ลองเช็กตัวเองและคนใกล้ชิดดูนะครับว่า กำลังมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ที่บ่งบอกว่าต้องการการดูแลในระดับที่เข้มข้นขึ้นหรือไม่:
มีความคิดทำร้ายตัวเองชัดเจน: เริ่มคิดถึงรายละเอียด มีแผนการ (Plan) หรือมีอุปกรณ์และวิธีการ (Means) อยู่ใกล้ตัว
พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง: ก้าวร้าวรุนแรง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หรือถอนตัวออกจากสังคมโดยสิ้นเชิง
การทำงานของร่างกายและสมองล้มเหลว: ไม่สามารถกิน นอน หรือทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐานได้เลย
การพูดคุยไม่สามารถช่วยให้อารมณ์สงบลงได้: ยังคงรู้สึกดิ่งหรือวิตกกังวลในระดับสูงสุดตลอดเวลา
รู้สึกสิ้นหวังและมองไม่เห็นทางออก: จนไม่สามารถให้ความร่วมมือในกระบวนการให้คำปรึกษาแบบปกติได้
เมื่อไปพบผู้เชี่ยวชาญ... คุณจะได้รับการดูแลและตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เมื่อนักจิตวิทยาประเมินว่าปัญหาของคุณเริ่มมีความซับซ้อนหรือมีความเสี่ยง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการดูแลอย่างเป็นมืออาชีพ มีดังนี้ครับ:
การประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด (Risk Assessment): นักจิตวิทยาจะชวนพูดคุยเพื่อประเมินระดับความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา ทั้งความตั้งใจ แผนการ และปัจจัยปกป้อง โดยไม่ตัดสินหรือทำให้คุณรู้สึกผิด
การร่วมกันทำแผนความปลอดภัย (Safety Plan): วางแผนรับมือเมื่อเกิดวิกฤต เช่น ระบุสัญญาณเตือนของตนเอง รายชื่อคนที่ติดต่อได้เมื่อรู้สึกไม่ไหว และเบอร์โทรสายด่วนฉุกเฉิน
การส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ (Referral): หากจำเป็น นักจิตวิทยาจะแนะนำและส่งต่อไปยังจิตแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจวินิจฉัยทางกาย สารเคมีในสมอง และพิจารณาการใช้ยารักษาควบคู่กันไป
การรักษาความลับที่มีข้อยกเว้นด้านความปลอดภัย (Confidentiality): ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับเสมอ เว้นแต่ในกรณีที่มีความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องแจ้งผู้ดูแลหรือทีมแพทย์เพื่อปกป้องความปลอดภัยของคุณเป็นสำคัญ

การดูแลตัวเองและการปฏิบัติตัวเมื่อต้องได้รับการส่งต่อ
หากคุณได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนรูปแบบการรักษาหรือไปพบแพทย์เพิ่มเติม ลองทำตามข้อแนะนำเหล่านี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวคุณเองครับ:
ปรับมุมมองต่อ "การส่งต่อ": ให้เข้าใจว่าการส่งต่อไม่ใช่การถูกปฏิเสธหรือ "การทิ้ง" แต่คือการยกระดับการดูแลให้ตรงจุดและปลอดภัยกับคุณมากที่สุด
เปิดใจสื่อสารความรู้สึกตรงๆ: หากรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการไปพบจิตแพทย์ สามารถสอบถามนักจิตวิทยาได้ทันทีถึงเหตุผลและขั้นตอนถัดไป
ปฏิบัติตามแผนความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด: เก็บเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว และเลี่ยงการเข้าถึงสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเมื่ออารมณ์ดิ่ง
เคารพขอบเขตของการรักษา (Boundaries): เข้าใจว่านักจิตวิทยาและแพทย์ทำหน้าที่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงไปตรงมาที่สุด
สรุป
การที่คุณถูกแนะนำให้พบจิตแพทย์หรือส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ไม่ได้แปลว่าคุณสิ้นหวังหรือหมดทางรักษาครับ แต่มันคือสัญญาณที่แสดงว่าทีมผู้ดูแลใส่ใจในความปลอดภัยของคุณอย่างจริงใจ และต้องการให้คุณได้รับการดูแลที่เหมาะสมที่สุด
หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับความทุกข์ใจ ความเครียดสะสม หรือมีความคิดที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย อย่าลังเลที่จะสังเกตอาการตนเองและก้าวเข้ามาขอรับการตรวจวินิจฉัยอย่างแม่นยำที่ ศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลของเรา เพื่อให้เราได้ดูแลหัวใจของคุณอย่างมืออาชีพและปลอดภัยที่สุด